<img height="1" width="1" style="display:none" src="https://www.facebook.com/tr?id=1571737753057138&amp;ev=PageView&amp;noscript=1">

Magento ดีอย่างไร ทำไมต้องเลือกใช้ Magento เพื่อพัฒนาร้านค้าออนไลน์

Posted by Thanakrit Kitirachpol on 02-Apr-2018 11:42:52

            ถึงแม้ว่าจะมีคู่แข่งสำคัญอย่าง Shopify, 3DCart, Big Commerce และแพลตฟอร์มพัฒนาระบบร้านค้าออนไลน์อื่น ๆ แต่ Magento ก็ยังคงรั้งตำแหน่งสูงสุดสำหรับระบบพัฒนาธุรกิจออนไลน์ เห็นได้จากการมีส่วนแบ่งตลาดถึง 26% ซึ่งชัดเจนว่า Magento เป็นเหมือน ”หัวเรือใหญ่” ในธุรกิจนี้ และเป็นเพราะการที่ระบบได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจทั้งรายใหญ่และรายย่อย หรือแม้แต่รายใหม่ และเลือกให้แพลตฟอร์มที่มาพร้อมคุณสมบัติที่หลากหลายตัวนี้ ในการเปลี่ยนโฉมร้านค้าออนไลน์ของพวกเขา

            และถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมทุกวันนี้ Magento ถึงเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักพัฒนาระบบ รายชื่อคุณสมบัติการทำงานด้านล่างนี้ อาจจะตอบคุณได้ว่าทำไมระบบนี้ถึงประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น

คุณสมบัติที่โดดเด่น เพิ่มความนิยมให้กับแพลตฟอร์ม:

Reasons-to-Choose-Magento

 

เหตุผลที่ทำให้คุณต้องเลือก Magento

            1. Open source: ด้วยการที่เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดเผยข้อมูล Source code ให้แก้ไขดัดแปลงได้ จึงถูกใช้อย่างแพร่หลายจากหมู่นักพัฒนาระบบ Magento ทั่วโลก ในการสร้างเว็บไซต์เพื่อการค้าได้ด้วยฟังชันก์สารพัดชนิด ซึ่ง ธุรกิจออนไลน์กว่า 80% มีการใช้งาน Magento เพื่อความก้าวหน้าทางธุรกิจที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน และด้วยการใช้งาน CMS ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ก็เป็นผลให้การใช้งานแพลตฟอร์มนี้มีเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

            2. ยืดหยุ่นได้: นักพัฒนาระบบมืออาชีพหลายต่อหลายคน ต่างหลงใหลได้ปลื้มกับความ”ยืดหยุ่นในการทำงาน”บน Magento เพราะมันช่วยให้พวกเขาสามารถปรับใช้วิธีการใหม่ ๆ และใช้วิธีการขั้นสูงได้ง่าย ๆ ให้เข้ากับการทำงาน และด้วย ความยืดหยุ่นสูงนี้ รวบรวมเอาการปรับแต่งที่ปราศจากความยุ่งยาก ในการแต่งตะกร้าสินค้า ตัวสินค้า และอื่น ๆ อีกมากมาย

            3. ปรับแต่งSEO: ด้วยการแก้ไขปัญหาที่ไม่เหมือนกับระบบร้านค้าออนไลน์อื่น ๆ Magento มีฟังชันก์ที่ช่วยให้คุณปรับแต่ง SEO ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณให้อยู่อันดับต้น ๆ ในเครื่องมือ Search engine ต่าง ๆ

            4. ตอบสนองทุกระบบ: เพราะระบบร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ ต้องรองรับการเข้าถึงผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้าให้ได้มาที่สุด ในการเข้าใช้งานระบบ e-portal เว็บไซต์ที่สร้างด้วยระบบ Magento จึงหมดห่วง เพราะจะสามารถเข้ากันได้กับอุปกรณ์แทบทุกชนิดที่มีขนาดหน้าจอแตกต่างกันไป

            5. สร้างระบบร้านค้าที่หลากหลายจาก back-end แค่ตัวเดียว: คุณสมบัติที่ว่าจะช่วยให้นักพัฒนาสร้างร้านค้าได้2-3ร้านบนหน้าเว็บไซต์ ที่มาพร้อมกับรายการสินค้าและแคตตาล็อกได้หลายพันรายการ เพื่อช่วยเพิ่มประสบการณ์การช๊อปปิ้งที่เป็นสัดส่วน และไม่สร้างความสับ เชื่อมโยงลูกค้าไปยังหมวดหมู่สินค้าต่างๆ ที่ต้องการได้อย่างสะดวก ง่ายดาย

            6. เข้ากันได้กับทุกเบราเซอร์: คือการที่เว็บไซต์ตั้งค่าใช้งานข้ามเบราเซอร์เพื่อการแสดงผลที่ดีสุดเมื่อลูกค้าใช้งานในบราวเวอร์ที่ต่างออกไป คุณสมบัติช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการใช้งานเว็บได้อย่างมาก แถมยังช่วยเพิ่มอันดับให้เว็บของคุณในเครื่อง Search engine ได้อีกด้วย

            7. ระบบชำระเงินออนไลน์ที่ครบครัน: เพราะการ มีวิธีการชำระเงินที่หลากหลายจะช่วยอำนวยความสะดวกในการจับจ่ายของลูกค้าจากทั่วโลก นอกจากนี้ยัง มีฟังชั่นที่ทำงานร่วมกับ payment gateways ต่างๆ เช่น PayPal, 2C2P, E-bay, Quickbooks รายอื่นอีกมากมาย ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกชำระเงินได้หลายวิธี เพิ่มความสะดวกมากขึ้นในการช้อปปิ้ง

            8.หลากภาษาและหลายสกุลเงิน: เว็บไซต์ของร้านค้าออนไลน์ที่สร้างขึ้นด้วยระบบ Magento จะมีตัวเลือกในการใช้ภาษาที่หลากหลาย และขั้นตอนการชำระเงินที่ครอบคลุมแทบทุกสกุลเงินในโลก

            9. รับรองความปลอดภัย: ส่วนประกอบหลักต่างๆของเว็บไซต์ที่ใช้ระบบ Magento จะได้รับการป้องกันและมีความปลอดภัยที่สูงมาก ซึ่งช่วยไม่ให้เกิดการละเมิดการใช้งานข้อมูลสำคัญต่างๆ จากแหล่งข้อมูลภายนอกได้

            10. นโยบายรับประกันสินค้า แบบ RMA: นโยบาย RMA ที่ว่านี้ คือนโยบายการรับประกันเมื่อสินค้ามีความเสียหาย ซึ่งถูกนำมาใช้เพื่อดึงดูดลูกค้าจำนวนได้มากยิ่งขึ้น เพราะสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างดีเยี่ยม

            11. จ่ายเงินได้ง่ายในครั้งเดียว: ตัวเลือกนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถจ่ายเงินยอดรวมของสินค้าทั้งหมดได้ในครั้งเดียว แทนการเลือกการลือกจ่ายทีละรายการ ซึ่งอาจทำให้การหายไปของสินค้าระหว่างกายจ่ายเงิยเงินลดลงด้วย

            12. รีวิวและข้อเสนอแนะ: บริการตอบรับข้อเสนอแนะ ช่วยให้การสื่อสารระหว่างผู้ซื้อผู้ค้าปลีกและเจ้าของเป็นไปอย่างราบรื่น

            13. การจัดการและขนาดพื้นที่ที่เหลือเฟือ: มีการประมาณการว่าเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ระบบ Magento สามารถแสดงสินค้าได้ถึง 500,000 รายการได้อย่างง่ายดาย และสามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้กว่า 80,000 รายการต่อชั่วโมง เห็นได้ชัดเลยว่ามันมีโครงสร้างขนาดยักษ์ของแพลตฟอร์ม ซึ่งสามารถวางโชว์สินค้าได้เป็นตันในเว็บไซต์เดียว แถมยังไม่มีการลดทอนประสิทธิภาพและความเร็วในการทำงานอีกด้วย

            14. พิเศษเฉพาะร้านค้าออนไลน์: สุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายที่สุด เพราะระบบ Magento คือทางเลือกเดียวที่จะส่งมอบร้านค้าออนไลน์ที่สมบูรณ์แบบให้กับคุณ ด้วยธีมและพื้นหลังที่มีให้เลือกมากมายในการปรับแต่งหน้าตาของตะกร้าสินค้าได้อย่างง่ายดาย ซึ่งบอกไ้เลยว่าไม่มีที่ไหนทำได้ดีเท่ากับ Magento

            ตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 2008 ชุมชน Magento ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก และมีนักพัฒนาระบบ Magento ที่ผ่านการรับรองกว่า 8 แสนรายทั่วโลก และมีส่วนร่วมสร้างระบบสนับสนุนในธุรกิจเกือบ 240,000 รายจนถึงตอนนี้ แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า Magento ประสบความสำเร็จในการครอบครองพื้นที่กว่าหนึ่งในสี่ของตลาดระบบร้านค้าออนไลน์ทั่วโลกได้อย่างไร สามารถดูข้อดีของ Magento ได้ที่นี่ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะความสามารถในการทำงานที่ครบครันและฟีเจอร์หลักที่ไร้ที่ติรวมอยู่ในที่เดียว อีกทั้งการประมวลผลอย่างรวดเร็ว, การนำทางที่เข้าใจง่ายบนหน้าเว็บไซต์, การปรับแต่ง SEO, ระบบการชำระเงินที่ง่ายดายและคล่องตัว ซึ่งทั้งหมดนี้รวมกันเพื่อสร้างระบบร้านค้าออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพสูง ส่งมอบประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ปลอดภัย และสามารถปรับสเกลได้ให้กับลูกค้าออนไลน์ หากต้องการสอบถามบริการ Magento Service สามารถทำได้โดยการเลือก Banner ด้านล่างนี้

 

Topics: Magento, E-Commerce, Digital Marketing

New Call-to-action